แต้มแรกของ ”แชมป์เก่า” และ ”รองแชมป์”

น่าประหลาดอยู่สักนิดสักหน่อยที่ผลการแข่งขันจากสนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมเมื่อวันเสาร์จบลงด้วยการไม่มีประตูเกิดขึ้น

จากความไม่รอบคอบของเกมรับที่ได้มองเห็นในนัดแรก สภาพความ (ไม่) พร้อมต่างๆ ของเพศผู้เล่น สถิติเก่าๆในอดีต การพบกันของ ''แชมป์เก่า'' และก็ ''รองแชมป์'' เมื่อฤดูที่แล้ว น่าจะเป็นอีกเกมที่ผู้เฝ้าประตูของสองฝั่งได้ก้มเก็บลูกที่ก้นตาข่ายแน่นอน

ฤดูก่อน คู่นี้ยิงรวมกัน 10 ประตูจาก 2 นัดหมายที่อาร์เซน่อลเก็บความมีชัยได้หมด แต่ท้ายที่สุดเป็นเลสเตอร์ครองแชมป์

ย้อนไปมากยิ่งกว่าสี่สิบปีที่เคยฟัดกันมา มีเพียงแค่นัดหมายเดียวที่จบแบบไม่มีสกอร์

แต่ก็เข้าใจได้ว่าอาจเพราะผลนัดแรกที่ออกตัวหัวทิ่ม แพ้มาทั้งสอง ทำให้ไม่มีใครอยากจะแพ้เป็นนัดหมายที่ 2 ซึ่งยิ่งจะทำให้ขวัญกำลังใจเสื่อมโทรมไปกันใหญ่

อาการ ''เกร็ง'' และไม่มั่นใจในตัวเองจึงขึ้นในหลายจังหวะ ความระแวงในแนวรับจึงมีมากยิ่งกว่าเดิม

ในภาพรวม ผลเสมอ 0-0 เป็นเรื่องชอบธรรม และก็ถ้ามีข้างหนึ่งข้างใดที่ควรจะพอใจมากยิ่งกว่าก็จะต้องเป็นอาร์เซน่อลเพราะรอดจากการเสียจุดลูกโทษถึง 2 ครั้ง 2 ครา

เคลาดิโอ รานิเอปรี่ ไม่ขอแสดงความคิดเห็นกับสองจังหวะนี้ที่จำเป็นต้องได้จุดลูกโทษ

โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ เสียบโดนบอลจริงแต่ก็รวบขา แดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ ล้มไปด้วย ลูกนี้ให้ได้ แต่คงจะเพราะ มาร์ค แคล็ตหรูนเบิร์ก มองว่าบอลล้นไปถึง เจมี่ วาร์ดี้ ได้เล่นต่อจึงปล่อยเลย

อีกจังหวะแจ่มชัดกว่า อาห์เหม็ด มูซ่า หัวหอกตัวใหม่เลสเตอร์เลี้ยงหนี เอคโคนร์ เบเยริน เข้าเขตโทษก่อนโดนแบ็กสแปนิชเข้าจาก ''ด้านหลัง'' จนล้มคว้ำ แต่ก็ยังไม่มีเสียงนกหวีดจากเปามาร์ค

แคล็ตหรูนเบิร์ก เปลี่ยนเป็นเป้าจู่โจมของกองเชียร์แชมป์เก่าอย่างแน่นอน แต่รานิเอปรี่ก็สวมมาดผู้แสดงนำชายรุ่นใหญ่กล่าวว่าเรื่องของความผิดพลาดเกิดขึ้นได้กับทุกคน

ผู้จัดการทีม นักฟุตบอล กระทั่งผู้ตัดสิน

สมมุติว่าเป็นอีกฝั่งที่เสียผลตอบแทน ผมมั่นอกมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จำต้องโวยแหลกมากกว่าผู้ครอบครองรีสอร์ตแถวภูเขาทับเบิก

ข้ามเรื่องจุดลูกโทษไป สิ่งที่ทั้งเลสเตอร์ และก็อาร์เซน่อลโดนจับจ้องมองเป็นพิเศษในการพบกันตั้งแต่นัดหมายสองของฤดูเป็น ทีมใดจะ ''ฟื้น'' จากความพ่ายแพ้นัดแรกได้ดิบได้ดีกว่ากัน

แชมป์เก่า ทำได้ดีมากยิ่งกว่าทั้งเรื่องของทรงบอล และก็การเคลื่อนที่ของผู้เล่น ขาดแต่เพียงความมีชัยเฉพาะหน้ากองเชียร์ในบ้าน

การได้ โรเบิร์ต ฮูธ พ้นโทษแบนกลับมาทำให้จัดแนวรับชุดเก่งจากฤดูก่อนได้ทั้งแผง และก็การติดต่อประสานงานกันระหว่าง ฮูธ กับ เวส มอร์แกน ก็ยังคงดีที่สุด

นี่เป็นอีกคู่เซนเตอร์ฮาล์ฟที่สูงใหญ่ แน่นแฟ้น หนักแน่น แม้วัยล่วงเลยเกินสามสิบไปแล้วหลังจากนั้นก็ตาม

ทัพหมาจิ้งจอกประเทศไทยครอบครองบอลน้อยกว่าแต่ก็เป็นสไตล์ที่พวกเขาเล่นมาตลอดฤดูที่แล้ว

ข้อดีคือการโต้กลับ และก็ใช้ประโยชน์จากความสามารถส่วนตัวของ ริยาด ปีศาจเรซ และก็ความเร็วของ เจมี่ วาร์ดี้ จู่โจมคู่ต่อสู้ ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาต่อบอลเยอะมากแต่พาบอลไปถึงพื้นที่อันตรายของคู่ต่อสู้ในเวลารวดเร็ว

วาร์ดี้ แสดงความฟิตและก็ความขยันออกมาให้มองเห็นเหมือนปกติ วิ่งไล่บอลในทุกจังหวะ และก็น่าจะมีขั้นต่ำหนึ่งประตูโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลุดเดี่ยวช่วงหลังที่ยิงหลุดกรอบไปเอง

ผมอาจรู้สึกไปเองว่า วาร์ดี้ มานะตอกหน้าอาร์เซน่อลให้ได้อีกครั้งด้วยการยิงประตูหรือพาทีมชนะให้ได้หลังจากไม่ยอมรับคำแนะนำย้ายไปร่วมทีมปืนใหญ่อย่างไม่ใยดีในตอนก่อนยูโรก่อนหน้านี้

หลายจังหวะไม่มีความจำเป็นจำต้องวิ่งขนาดนั้น แต่หัวหอกความเร็วสูงก็ยังสับฝีเท้าเข้าใส่แบบไม่ยั้ง

การยืนตำแหน่งในแนวรับอาร์เซน่อลไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังมีช่องให้เลสเตอร์จู่โจมบ่อย แต่การได้ โลร็องต์ กอสซิแอลนี่ กลับมาลงไปในสนามก็ช่วยจัดการเกมรับให้ลงตัวกว่าเกมแรกมากทีเดียว

กองหลังทีมชาติประเทศฝรั่งเศสชุดอกหักยูโร มิได้ลงเล่นเกมปรีซีซั่นแม้กระทั้งนัดหมายเดียว ความฟิตยังไม่เต็มที่ด้วยเพราะกลับมาฝึกซ้อมคราวหน้า แต่ก็จำเป็นจะต้องลงเล่นเพราะเวนเกอร์จะมาดื้อดันใช้เซนเตอร์ดาวรุ่งพร้อม 2 คนมิได้อีกแล้ว

คาลั่ม แชมเบอร์ส หลุดตำแหน่ง เวลาที่ ร็อบ โฮลดิ้ง สบโอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกนัดหมาย และก็ทำได้ดีขึ้นมากกับการมีรุ่นพี่อย่าง กอสซิแอลนี่ คอยประคับประคอง

กองหลังน้ำหอมคัมแบ็กได้ดิบได้ดีกว่าที่คาด เกมรับอาร์เซน่อลอุ่นใจขึ้นเยอะแยะเพราะเล่นแบบรู้ว่าจังหวะไหนควรจะจัดการทิ้งโดยทันที จังหวะไหนควรจะจับก่อนแล้วค่อยถ่ายบอลออกซ้ายขวา กลเม็ดเด็ดพรายและก็ประสบการณ์เป็นสิ่งที่อาร์เซน่อลขาดไปในเกมแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้าน

อาร์เซน่อลโดนทดลองเกมรับคล้ายๆวันเจอหงส์แดง เพราะเจอแนวรุกที่มีความเร็ว ต่อบอลแม่นเท้าสู่เท้า หากไม่ทันระวังตัวก็ถูกลงโทษในทันที

รานิเอปรี่ ใช้ความขยันของ คุ้นชินจิ โอกาซากิ มาช่วยวาร์ดี้ ตั้งแต่นาทีแรกข้างหลังเป็นแค่สำรองในเกมแพ้ฮัลล์ ต่อจากนั้นก็หย่อนยานมูซ่า มาป่วนในตอนท้ายซึ่งต่างทำได้ดีทั้งสอง

เลสเตอร์ แสดงออกให้มองเห็นถึงความอยากและก็ตั้งใจ พวกเขารู้ว่าอาจไม่มีปาฏิหาริย์ยกตัวอย่างเช่นฤดูก่อน และก็ถ่อมตนสุดๆมองดูเป้าหมายแต่เดิมที่เคยมองดูเป็นขอแค่รอดตกชั้น แต่ถ้ายังเล่นในทรงนี้ก็น่าจะติดกรุ๊ป 6-7 ทีมเต็งได้ไม่ยาก

ถ้าจะมีจุดที่น่าห่วง ผมมองดูไปที่เนื้อหาเล็กๆน้อยๆที่หากเป็นฤดูก่อนที่จะ ''เข้าทาง'' อยู่ตลอด

ประมาณว่าทำอะไรก็ดีไปหมด ขนาดในวันที่เล่นห่วยแตกก็ยังแทรกชนะได้ ทำเรื่องไม่น่าเชื่อให้เปลี่ยนเป็นเรื่องปกติ

อย่างการเจอฮัลล์ในสภาพไม่มีโค้ชสัปดาห์ก่อน ก็ควรจะเป็น 3 คะแนน ไม่ใช่กลับออกมามือเปล่า

เช่นเดียวกับเมื่อในบ้านล่าสุดที่จำต้องได้จุดลูกโทษ ไม่ใช่ถูกไม่ยอมรับถึง 2 ครั้ง หรืออย่างจังหวะยิงของวาร์ดี้ และก็ปีศาจเรซ ก็ควรจะซุกก้นตาข่ายไปแล้ว

ฤดูก่อน เลสเตอร์ เป็นทีมที่ได้จุดลูกโทษเยอะที่สุดถึง 12 ครั้ง (พลาด 2) คิดเป็น 15 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณประตูทั้งหมด

หรืออย่างอาการเจ็บตั้งแต่ต้นช่วงหลังของ น็องขว้างลีส เมนดี้ ตัวแทน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ก็ไม่ใช่สิ่งคุ้นหน้านักเมื่อมองดูย้อนไปในฤดูกาลประวัติศาสตร์

เลสเตอร์ เป็นทีมที่จัดชุดเก่งลงไปในสนามได้สม่ำเสมอเยอะที่สุด นับเป็นนาทีมากยิ่งกว่าทุกครั้งมในลีกเพราะแทบจะไม่ปวดศรีษะกับปัญหาผู้เล่นตัวหลักเจ็บหรือติดโทษแบน เป็นมีน้อยมาก

แต่อาการเจ็บของเมนดี้ เมื่อวันเสาร์เป็นสัญญาณที่ไม่ดี และก็เป็นการเดี้ยงจากการวิ่งหวดบอลทิ้งแล้วเท้ากลับไปเอง มิได้โดนคู่หน้าแข้งเสียบทำฟาวล์

ทั้งแพ้พลิกล็อกให้น้องใหม่ในเกมแรก ทั้งการมิได้จุดลูกโทษที่ควรจะได้ หรืออาการเจ็บของผู้เล่นในนัดหมายสอง

สิ่งเหล่านี้เสมือนชี้ทางให้เห็นว่า อะไรต่างๆที่เคยเปิดโอกาสให้เลสเตอร์อาจไม่ดังเดิม

ถึงกระนั้นในภาพกว้าง รานิเอปรี่ มีเรื่องมีราวให้ทุกข์ใจน้อยกว่า เวนเกอร์

ทัพหมาจิ้งจอกเสริมทัพเตรียมพร้อมรับมือฤดูอันท้าทายได้ดิบได้ดีเยี่ยม ปรับแก้ทุกจุดไล่ตั้งตั้งแต่ผู้เฝ้าประตูกระทั่งถึงกองหน้า ประเมินตัวเองอย่างเข้าใจและก็รู้สภาพ ไม่หวังสูงเพื่อสร้างความกดดันโดยใช่เหตุ

ที่สำคัญที่ปรึกษาอิตาลีได้รับแรงหนุนจากกองเชียร์เต็มที่ ต่อให้ฤดูนี้จบแค่กลางตารางก็คงจะมิได้ยินเสียงฟูมฟายจากอรรธจันทร์เท่าไรนัก ซึ่งหัวข้อนี้ไม่เหมือนกับเวนเกอร์ลิบตาลับ

อีกไม่กี่สัปดาห์ด้านหน้า เวนเกอร์ จะคุมทีมอาร์เซน่อลครบ 20 ปี ระยะเวลาช้านานขนาดนี้ควรจะได้รับการชมเชยเชิดชูอย่างที่สุด แต่เปลี่ยนเป็นว่าเสียงก่นดุด่ามีมากยิ่งกว่า

ที่ปรึกษาชาวประเทศฝรั่งเศสอาจกล่าวว่าพอใจที่คลีนชีตกลับออกมาจากรังหมาจิ้งจอก ซึ่งก็จำเป็นต้องพอใจจริงๆล่ะกับสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์ และก็รอดตัวจากจุดลูกโทษ

แต่หากมองว่าออกสตาร์ต 2 นัดหมายได้แค่คะแนนเดียว เวลาที่กระแสจู่โจมเรื่องเสริมทัพผู้เล่นใหม่ก็ดังระงม เวนเกอร์ ก็ทำให้ตัวเองอยู่ในจุดที่ทุกข์ยากลำบาก และก็กดดันเกินความจำเป็น

เขาทำให้ทีมขาดการเตรียมพร้อมที่ดี และก็ ''ไม่พร้อม'' เมื่อฤดูเริ่ม และก็เมื่อได้โอกาสขจัดปัญหาที่เกิดขึ้นก็ล่าช้าอืดอาด อ้างแต่ค่าตอบแทนไม่มีเหตุผลทำให้พลาดได้ผู้เล่นใหม่ที่ควรจะได้ตั้งนาน

ตั้งแต่แมื่อเข้ามาคุมทีมเมื่อปี 1996 เวนเกอร์ ดึงนักเตะใหม่ทันเล่นในนัดแรกของฤดูเพียงแค่ 61 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขนี้บอกอะไรกับเรา

มันเป็นสิ่งที่แสดงแจ่มชัดว่า เวนเกอร์ ประเมินเหตุการณ์ผิดในบ่อย ประเมินทีมตัวเองไว้สูงเกินจริง เสมือนคนโดนมีดฟันแผลลึกกว้างแต่เอาพลาสเตอร์มาติด พลางปลอบโยนตัวเองว่าพร้อมลุย

ท้ายที่สุดก็อย่างที่มองเห็น โดนเปิดแผลให้เปรอะตั้งแต่หัววันจึงรีบแจ้นไปหาแพทย์ ได้รักษาก็ดีไป แต่ครั้งคราวก็ได้แค่ยาถุงใหญ่มาบรรเทาความเจ็บปวด

ขอชู 2 ตัวอย่างแจ่มชัด

ต้นฤดู 2011/12 โดนแมนฯ ยูไนเต็ดขยี้ 8-2 จนจำต้องวิ่งตาเหลือกไปปัดกวาดเอาทั้ง แพร์ แมร์เตซัคเคอร์, อันเดร ซานโตส, ไม่เคล อาร์เตต้า, พาร์ค ยก-ยอง และก็ ยอสซี่ เบนายูน ในสองวันสุดท้ายก่อนตลาดปิด

เช่นเดียวกับฤดู 2013/14 ที่คอหักคาบ้านแพ้ต่อแอสตัน วิลล่า 1-3 จึงยอมทุบคลังเก็บของทุ่มซื้อตัว เมซุต โอซิล มาร่วมทีม

ก่อนตลาดปิดในอีกไม่กี่ภายภาคหน้า เวนเกอร์ ก็อาจได้ใครสักคนเข้ามาลดกระแสจู่โจมจากแฟนบอล แต่จะเปลี่ยนเป็นคนล่าสุดของกรุ๊ปสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่มาข้างหลังฤดูเริ่ม มาเพื่อไขปัญหาเฉพาะหน้า และก็มาเพราะเหตุการณ์คาดคั้น

ทีมแชมป์เลสเตอร์ และก็รองแชมป์อย่างอาร์เซน่อลเริ่มฤดูด้วยการเพิ่งจะมีแต้มแรก

แต่เหตุการณ์ต่างกันเหลือเกิน

ไก่เดือยทองก็มา…

เอฟเอ คัพรอบสามจบลงพร้อมด้วยผลงานกลุ่มใหญ่เดินตบเท้าเข้ารอบครบถ้วน
เว้นเสียแต่ก็แต่บางทีที่ต้องรีเพลย์ แมตช์ในกลางเดือน ส่วนกลุ่มพรีภรรยารฺ์ลีกที่ไม่เข้ารอบหายไป 5 กลุ่ม
ถ้าเกิดสังเกตให้ดี…เกือบทุกกลุ่มในลีกสูงสุดเลือกโรเตชั่น พักงานนักเตะชุดใหญ่ไว้หรือมีการสอดแทรกกลุ่มชุดเล็กลงไปปนเป ผลงานเข้าตาบ้างไม่เข้าตาบ้าง แต่โดยภาพรวมกลุ่มที่มีความสามารถดีชอบเอาตัวรอดและไม่สำเร็จกระทบจากการโรเตชั่นสเปอร์ส แชมป์ 8 ยุคเป็นหนึ่งในนั้น
ยุคเด็กๆผมได้มองเทปสเปอร์สกับเอฟเอ คัพหลายครั้ง ยุค80 นี่แพร่ภาพทางช่อง 9 มองเทป มองไฮต์ไลต์ เอฟเอ คัพ มีความรู้สึกว่ามันเป็นความสบายอย่างหนึ่งในชีวิต ได้มองภายหลังอ่านหนังสือมันเป็นการเติมเต็มครั้งก่อนหาดูยาก…ทุกไฮต์ไลต์จึงมีคุณค่า
ตอนผมเด็กๆก็มีแต่ สเปอร์ส, แมนฯยูฯ นี่แหละที่ได้มองเสมอๆลิเวอร์พูลไม่ค่อยได้ชิงเอฟเอ คัพ หนักไปทางไม่ลค์ คัพ หรือบอลลีกคัพ ปัจจุบันนี้
สเปอร์สตอนผมอยู่ชั้นประถมนั้น เกลน ฮอดเดิ้ล ดังมากมาย สตีฟ เพอร์รีแมน กองหลัง, สตีฟ อาร์ชิบัลด์ ที่ย้ายไปบาร์เซโลนา ประตูก็ เรย์ เคลเม้นส์
ตอนนั้นไม่รู้จักหรอกครับผมคิดว่าการครองแชมป์เอฟเอ คัพ นั้นยอดเยี่ยม มองมันสนุกดี และก็สเปอร์ส ก็เล่นสนุก จนถึงครั้งปัจจุบันที่พวกเขาครองแชมป์ยุค 8 เมื่อปี 1991 ยุคที่ เทอร์รี เวนาเบิลส์ เป็นผจก. มีแกรี ลินิเกอร์ เล่นศูนย์หน้า และก็ พอล แกสรอน์ เป็นผู้นำกองทัพ
เวนาเบิลส์ เป็นอีกหนึ่งโค้ชที่ชอบเล่นกองหลัง 3 ตอนนั้นสเปอร์สใช้ เดวิด ฮาวล์, สตีฟ เซดจ์ลีย์ และก็ แกรี แมบบัตต์ นายใหญ่แผงข้างหลัง แดนกลาง พอล สจวร์ต ตัวตัดเกม โดย แกสซ่า รุก มี พอล อัลเลน หน้าต่ำจัสติน เอดินเบิร์ก วิงแบกซ้าย กับ แพท ฟาน เดน ฮาว ทางขวามือ
สเปอร์สชุดนั้นชิงกับนอตแย้งหมูแฮม ฟอเรสต์ โดนนำก่อนจาก สจวร์ต เพียร์ซ ก่อน พอล สจวร์ต ตีเสมอ และก็ช่วงต่อเวลาพิเศษ เดส วอล์คเกอร์ ป้อมปราการข้างหลังกลุ่มชาติอังกฤษทำเข้าประตูตัวเอง โดยกลุ่ม เจ้าป่าเจ้าเขา อยู่ในลีกสูงสุด
ไบรอัน คลัฟ คุมกลุ่ม มีลูกชาย ไนเจล คลัฟ เล่นหน้า กองกลางก็ รอย คีน นั่นเอง นับว่าสมน้ำสมเนิ้อ แต่อย่างว่าแหละครับผม สเปอร์ส โดย เวนาเบิลส์ มองแข็งกว่าบางส่วน คว้่าแชมป์ไปครอบครอง และก็โน่นเป็นครั้งปัจจุบันที่สเปอร์สได้แชมป์ เอฟเอ คัพ
สองสามปีที่ล่วงเลยไปสเปอร์สพัฒนาฟอร์มการเล่นในลีกได้ดิบได้ดีมากมายภายใต้รูปแบบการทำงานของ เมาริสิโอ โปเชตติโน โค้ชคนหนุ่มไฟแรง กระทั่งทำให้ปีกลายลุ้นแชมป์และก็ปีนี้ตลอดมากระทั่งอยู่ในกรุ๊ปนำโดยเฉพาะปัจจุบันชนะเชลซี 2-0พร้อมกับชนะรวด 5 นัดหมาย
โชคร้ายก็ตรงที่พวกเขาชอบพลาดเสียแต้มหลักๆไม่ใช่เพียงแค่กับกลุ่มใหญ่ แต่กับกลุ่มเล็ก ในเกมที่จำเป็นจะต้องชนะพวกเขากลับเสียแต้ม โน่นทำให้พวกเขาไม่ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เนื่องจากว่าจะว่าไปจังหวะนั้นง่ายกว่าปีนี้
เนื่องจากกลุ่มใหญ่หลุดฟอร์มทุกครั้งม มีเลสเตอร์ เพียงแค่นั้นที่แย่งแชมป์กับพวกเขา
โชคร้ายที่ไปหลุดช่วงท้ายแถมโดน อาร์เซนอลแซงเข้าที่เข้าทางสองซะงั้น…เล่นเอาแฟนไก่แอบเคือง เพียงพอช กับ นักเตะที่ปลดปล่อยเกิน…อันดับเลยยังไม่เคยชนะปืนในพรีเมียร์ลีกซักหน แต่ปีนี้่มีแววแล้วนะครับ
ผมว่าสเปอร์ส ปรับหัวข้อการเข้าทำให้นานัปการและไม่พึ่ง แฮร์รี เคน มากเกิน ช่วยๆกันยิง เสมือนเกมปัจจุบัน ที่ชนะ วิลล่า กองหลังก็ยิง ชอน เฮือง ไม่น ก็ยิง อย่างงี้น่าจะทำให้เก็บคะแนนได้เยอะ เกมรับเหนียว รัดกุม พลาดยากเป็นทุนเดิม

กล่าวคือถ้าเกิดเอาเกมรุกหงส์แดงมาใส่สเปอร์สชุดนี้ ผมว่าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้นะครับ สเปอร์ส กองหลังเริ่ดกว่าลิเวอร์พูลและไม่มีพลาดง่ายๆหรือมีลูกเฟอะฟะ ปรับเพียงแค่เกมรุกให้คมและก็นานัปการกว่านี้
มองจากการเล่นกับแอสตัน วิลล่าFun88เกมปัจจุบัน เพียงพอช พักนักเตะ 9 คน เหลือไว้เล่นสองคน โทบี อัลเดอไวเรล กับ เอริก ดายเออร์ ยิ่งกว่านั้นผสมเอาชุดสองลงมา เปิดโอกาส สิสโซโก ที่ยิงยิงไม่ได้นับย้ายมาร่วมทีม และก็โดนวิจารณ์เยอะ
ชอน เฮือง ไม่น เข้าออกในกลุ่มชุดใหญ่ และก็ยังถือมั่นกับระบบ 3-4-3 ที่ใช้ได้ผล อัลเดอไวเรล คุมข้างหลัง มีดาวรุ่งสหรัฐ คาร์เตอร์-วิคเกอร์ส และก็ เควิน วิมเมอร์ ประสานงาน วิงแบกสองฝั่ง ทริปเพียร์ กับ เบน เดวิส กลางใช้ ดายเออร์ กับ แฮร์รี วิงคส์ ลงเล่น ด้านหน้าสาม ชอน เฮือง ไม่น, ยานเซน และก็ สิสโซโก
ส่วนวิลล่าของสตีฟ บรูส ที่รับงานแทน โรแบร์โต ดิ มัตเตโอ ซึ่งโดนปลดไปข้างหลังคุมกลุ่มไป 12 นัดหมายแล้วอยู่อันดับ 19 เพียงพอ บรูส มาผลงานดีขึ้น พรวดพราดมากมายลางตารางแล้ว เป้าหมายเพลย์ออฟ ได้โอกาส แต่ถ้าเกิดดีกว่านั้นลุ้นเลื่อนชั้นได้ถ้าเกิดเก็บความมีชัยรวด
เคยมี…กลุ่มที่อยู่กลางตารางแล้วทำแต้มเลื่อนชั้นได้ในระดับเดอะ แชมเปี้ยนชิพ
เป้าหมายของ บรูส จึงอยู่ที่ลุ้นเพลย์ออฟและก็ทำผลงานให้ดีที่สุด โดยเกมนี้เขาย้ำแทกติก รับรัดกุม คุมโซน และก็ประกบคนด้วยสลับกันไป ด้วยความสามารถของแนวรุกสเปอร์สที่ยิงไม่เข้าที่เข้าทาง และก็เกมมองเนือยๆทำให้ไม่มีจังหวะ
ที่น่าสนใจเป็นเพียงพอขาด แฮร์รี เคน, คริสเตียน เอริคเซน และก็ เดลเล อัลลี แนวรุก กลุ่มเดินหน้าไม่ถนัดมากเท่าไรนัก
ครึ่งแรกได้ยิงครั้งเดียว ไม่มีเตะมุมเลย ช่วงหลังถึงดีขึ้น โดยเฉพาะเพียงพอส่ง เดลเล อัลลี ลงมาแทน ยานเซน ที่เล่นไม่คุ้มตัว 20 ล้านปอนด์ ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่สถิติด้านลบสำหรับ ยานเซน
เกมปัจจุบันก็เลี้ยงติด โดนแย่งได้ บอลไปเสียที่เขาซะเยอะ สร้างจังหวะยิงรวมๆกันหลายเกมแต่ไม่ได้ประตู นี่ เพียงพอช เปิดโอกาสแล้ว แต่ยังทำไม่ได้ ผ่านมาครึ่งซีซั่นแล้ว ที่สำคัญเพียงพอกลุ่มเปลี่ยนตัวเขาออก สเปอร์ส ดีขึ้นและก็ได้ประตูจาก สิสโซโก เปิด เดวิส โหม่ง เกมมองไหลลื่น ก่อน ชอน ปิดกล่องจากการใส่พานของ สิสโซโก
เกมนี้ บีบีซี ให้ ชอน ฮีโร ผมเลือก สิสโซโก ว่ามีส่วนกับเกมรุกและก็ประตู
สุดสัปดาห์นี้ ตัวหลักจะกลับมา พวกเขาต่อกรกลุ่มที่เล่นลูกตั้งเตะได้อันตรายสุดๆอย่างเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน
ความใหม่น่าจะเป็นเหตุทำให้การเล่นเกมในบ้าน ลุ้นสามแต้มได้
เป็นตอนในตอนที่น่าติดตามอย่างยิ่งสำหรับสเปอร์สเนื่องจากว่าพวกเขาจะเล่นก่อนหงส์แดง ถ้าเกิดชนะเวสต์บรอมจะขึ้นลำดับที่สองก่อนเลย ปลดปล่อยให้เด็กหงส์ไปกดดันกับเกมแดงเดือด…นี้เป็นตอนที่ดีที่สุดของกลุ่มสเปอร์ส นับจากออกสตาร์ทในซีซั่นนี้
ถ้าเกิดจะพูดว่าตอน 19 ครั้งแรกเป็นเชลซี กับ หงส์แดง ที่โชว์ฟอร์มกันชัดกว่ากลุ่มอื่น จากนี้เป็นต้นไปน่าสนใจอย่างยิ่งเมื่อ หงส์ ขาด มาเน และก็พลังเพรสสิงของพวกเขามีมากมายน้อยแค่ไหน ช่วงเวลาที่สเปอร์สกับแมนฯยูฯ จะเปลี่ยนเป็นกลุ่มที่เริ่มแรงขึ้นมา
อาร์เซนอลกับแมนฯสิตี้ ก็ยังมองทรงๆอยู่ทอปซิกส์ ได้โอกาสลางเลือนตำแหน่งกันจากนี้เป็นต้นไป เนื่องจากว่าแต้มไล่กันมาติดๆ
กลุ่มไก่เดือยทองน่าจะได้โอกาสขึ้นลำดับที่สองได้ถ้าเกิดชนะเวสต์บรอมในบ้านตัวเอง จังหวะมาให้พวกเขาพิสูจน์ตัวเองแล้ว

ยูธลีกศึกฟาดแข้งดีที่น่าสานต่อ

มองเห็นทางการกีฬาแห่งประเทศไทย สู้หน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการประลองฟุตบอลยูธลีกหรือฟุตบอลลีกเยาวชนแห่งชาติ
แรกๆที่ได้มองเห็นการประลองฟุตบอลรายการนี้ ตัวผมเองก็เห็นว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย เอาเงินมาตำน้ำพริกละลายแม่น้ำรึเปล่า
จัดแล้วมันจะมีสาระอะไรกับบรรดาเยาวชนในต่างจังหวัด อย่างที่วางเป้าบอลรายการนี้รึเปล่า ซึ่งก็คือ การสานฝันบอลไทยไปบอลโลก
เพราะมีเสียงก่นด่าจากคนฝึกกลุ่มฟุตบอลในต่างจังหวัด บ่นมาว่า การจัดการประลองในรอบเลือกสรร หลายๆสนามจัดแบบพอเป็นพิธี ไม่มีความพร้อมในเรื่องของสนามชิงชัย ที่สภาพสนามเสมือนเตะอยู่ในสนามหนองหมาว้อ
ผู้ตัดสินที่เอามาทำหน้าที่ ก็เสมือนเอาคนงานตัดถนนมาทำหน้าที่ เป่าไม่ทันเกม เป่าแบบผิดๆถูกๆเสมือนไม่เคยทำหน้าที่ราชสีห์เชิ้ตดำมาก่อน
สิ่งกลุ่มนี้ล้วนเป็นเสียงบ่นของบรรดากุนซือในต่างจังหวัด ที่ฝากถึงคนแก่ในการกีฬาแห่งประเทศไทย ที่รับผิดชอบกับการประลองฟุตบอลรายการนี้
มั่นใจว่าในปีถัดไปถ้าหากมีการจัดการประลองฟุตบอลยูธลีกขึ้นมาอีก ทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย จึงควรส่งคนลงไปปรับแต่งไม่ให้เหตุการณ์กลุ่มนี้เกิดขึ้นอีกแม้กระนั้นภายหลังบอลยูธลีก ผ่านรอบเลือกสรรเข้ามาถึงรอบท้ายที่สุดที่เตะแบบเหย้ากับเยี่ยม 2 นัดไม่เข้ารอบ
ทำให้ตัวผมเองเห็นแล้วว่า ฟุตบอลรายการนี้จัดขึ้นมาแล้วมีสาระต่อแวดวงฟุตบอลของเมืองไทยจริงๆเนื่องจากว่าเราได้ได้โอกาสมองเห็นนักฟุตบอลฝีเท้าดีในระดับ เกรด เอ ของเมืองไทยลงสนามฟาดแข้ง ทั้งรุ่นอายุ 13, 15, 17 แล้วก็ 19 ปี ที่คนไม่ใช่น้อยสามารถก้าวติดกลุ่มเยาวชนได้อย่างสบายในอนาคตแต่กลับไม่เห็นคนทำทีมฟุตบอลในระดับเยาวชนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาดูนักฟุตบอลรายการนี้เลย
จะมีคนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้าดูก็เป็นพวกวัยรุ่นที่เดินดวงเดือนว่งเท้าไป แกว่งไกวเท้ามาในสนามแบบไม่มีประโยชน์เสมือนมาแสดงตัวว่า…ข้าเด็กของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ ที่ให้ความสนใจในฟุตบอลรายการนี้เช่นกัน
แม้กระนั้นมิได้เข้ามาดูเด็กฝีเท้าดีลงสนามชิงชัย มาเพื่อให้คนแก่ได้มีความคิดเห็นว่า มีคนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาในสนามเท่านั้น
ก็อยากจะบอกว่า ถ้าหากคนทำทีมฟุตบอลเยาวชนของสโมสรกีฬาฟุตบอลฯ เข้ามาดูฟุตบอลรายการยูธลีก แล้วเก็บข้อมูลนักฟุตบอลเก่งๆในศึกฟุตบอลรายการนี้เอาไป
ในอนาคตการส่งกลุ่มฟุตบอลเยาวชนในรุ่นอายุต่างๆเกือบจะไม่ต้องเปิดคัดเลือกตัวเด็กจากทั่วราชอาณาจักรให้เสียเวล่ำเวลา เสียเงินเสียทอง เนื่องจากว่านักฟุตบอลของแท้มีรายนามอยู่ในมือแล้ว
รวมทั้งดีใจจริงๆที่ได้ยินจากปากของ "บิ๊กน้อย" ทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการกีฬาอาชีพแล้วก็มวย ผู้ส่งเสริมฟุตบอลรายการนี้ให้เกิดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย
ประกาศออกมาแล้วว่า ศึกยูธลีก ครั้งที่ 2 จัดการประลองขึ้นในแน่ๆเนื่องจากว่าทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย อนุมัติงบประมาณในการจัดการประลอง ออกมาเป็นระเบียบแล้ว

เดเล่ อัลลี่ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สเปอร์ส เจ๋งที่สุด

''อัลลี่'' ดีที่สุด??
ตอนเดินเข้ามา เขาคนนี้มีค่าชดเชยแค่ 5 ล้านปอนด์ วันนี้ค่าส่วนตัวของเขาไปไกลกว่านั้น เว็บไซต์ทรานสเฟอร์มาร์เกต เว็บที่ประมาณราคาของนักเตะคร่าวๆตั้งค่าหัวเขาคนนี้เวลานี้เอาไว้ที่ 34 ล้านปอนด์ถ้านำเอาไปขายในตลาดค้าเนื้อสดแม้กระนั้นเชื่อเถอะ เขามีค่ามากกว่านั้นใช่ขอรับ ผมกำลังคือ เดเล่ อัลลี่ ยอดเยี่ยมดาวรุ่งพุ่งแรงของท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์สเปอร์ส ที่นาต่อไปนี้คือกลุ่มที่สร้างโอกาสยิงประตูต่อเกมสูงสุด เหนือกว่าเชลซี, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล แล้วก็แมนฯ ยูไนเต็ด หนึ่งในปัจจัยสำคัญก็มาจากฟอร์มของอัลลี่ประตูสุดสวยปัจจุบันกับการปั่นไซด์โค้งเสียบสามเหลี่ยมงามหยดใส่วัตฟอร์ดเป็นเครื่องรับรองว่า เขาก้าวสู่อีกระดับ ไม่ใช่ว่าจะทำประตูในกรอบจุดโทษอย่างเดียว
วันนี้เป็นวันแรกที่เขาจะนับหนึ่งในฐานะชายหนุ่มวัย 21 ปีบริบูรณ์ เด็กคนนี้สร้างความตรึงใจให้ เมาริซิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ สม่ำเสมอตั้งแต่แมื่อแจ้งเกิดสำเร็จ ตอนนี้เขาคือตัวจริงของกลุ่มชาติอังกฤษ ได้รับโอกาสลงเล่นทุกคราว ถ้าไม่เจ็บหรือแบน ฟอร์มภาพรวมของดาวเตะที่ถือกำเนิดแถบไม่ลตัน คีนส์ ดอนส์ เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะเป็นตัวหลักทั้งกับสมาคมแล้วก็กลุ่มชาติจนมีคำถามคำถามว่าอีกสิบปีด้านหน้า เขาจะยังเป็นคีย์แมนให้สองกลุ่มอยู่หรือเปล่า ? แล้วก็ประเด็นโต้แย้งในกลุ่มอิงลิชชน หมอนี่ดีมากกว่าแลมพาร์ดกับเจอร์ราร์ดหรือกองกลางอังกฤษเท่าที่เคยมีมา ?
ใช่หรือไม่ แม้กระนั้นตามสถิติที่อัลลี่ผลิตขึ้นมาบ่งบอกว่าเขามีอนาคตไกลแน่ๆ อายุเพิ่งจะ 21 ปี แล้วถ้าหากเทียบตอนวัยเดียวกันของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด, พอล สโคลส์, สตีเว่น เจอร์ราร์ด หรือ เดวิด เบ็คแฮม เขาออกตัวได้อย่างมีคุณภาพมากกว่าทุกคนโดยเฉพาะเรื่องการยิงประตูตั้งแต่แมื่อหมดยุคเฟื่องฟูของแลมพาร์ดกับเจอร์ราร์ด เราแทบจะมองไม่เห็นนักเตะทางสายกลางใครกันแน่ที่มีการยิงประตูเด็ดขาดอีกเลย ตราบจนกระทั่งอัลลี่ก้าวขึ้นมาเจิดรุ่งเรือง
เหลือเชื่อใช่มั้ย ด้วยวัยเพียงแค่บรรลุนิติภาวะแม้กระนั้นสามารถชนะใจได้ทั้งโปเช็ตว่ากล่าวโน่, กุนซือสิงโต, อาจารย์ แล้วก็แฟนบอล การที่อัลลี่มี 63 แมตช์แรกบนเวทีพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เด่นเร่าร้อนสุดๆจากผลงานสุดสะเด่า 26 ประตู กับอีก 14 แอสซิสต์ เครดิตจำนวนมากจำเป็นต้องชูให้กุนซืออาร์เจนไตน์ที่ถิ่นไวท์ ฮาร์ท เลนถ้าหากโปเช็ตว่ากล่าวโน่ไม่เปลี่ยนหน้าที่ ก็ไม่แน่ว่าอัลลี่อาจเป็นมิดฟิลด์ตัวกลางธรรมดาๆคนหนึ่ง คิดเฉพาะซีซั่นนี้ อัลลี่คาดคั้นผลงานอันน่าประหลาดในฐานะผู้เล่นตำแหน่งตัวรุก ซัดไปแล้ว 16 ประตู 5 แอสซิสต์ เทียบเท่ากับ เซร์คิโอ อเกวโร่ ''กุน'' มากมายกว่า เอแด็น อาซาร์
ดาวเตะเชื้อสายไนจีเรียผู้นี้ถนัดเท้าข้างขวา เริ่มต้นสายอาชีพกับสเปอร์ส ด้วยตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางคู่กับ เอริก ถางเอ้อร์ ตั้งแต่ซีซั่นก่อน
การประสานงานระหว่างอัลลี่กับถางเอ้อร์ สองสายหน้าแข้งอิงลิชได้รับคำชื่นชมจากรอบด้านอย่างล้นหลาม เป็นการจับคู่ที่ใช่ ทั้งสองคนเกื้อหนุนจุนเจือซึ่งกันและกัน
แม้กระนั้นจำเป็นต้องสารภาพว่าการถูกส่งเสริมให้ปฏิบัติหน้าที่ยืนสูงยิ่งกว่าเดิม มันคือหน้าที่ที่ดีที่สุดของชายหนุ่มวัยห้าวเป้งที่ชื่ออัลลี่
ไม่ว่าโปเช็ตว่ากล่าวโน่จะมาหมากไม้ไหน 4-2-3-1 หรือ 3-4-2-1 ไม่ใช่ปัญหาสำหรับอัลลี่ เพราะเหตุว่าเขาเล่นที่ไหนก็ได้ทั้งกึ่งกลางหรือถ่างออกไปยืนริมเส้นข้างๆ ไม่เคยมีคำว่าขาดเสถียรอัลลี่ยืนสูงมากขึ้น ไม่ต้องล้วงบอลต่ำอย่างเดิม ยิ่งทำให้เขาสร้างจุดเด่นให้ตัวเองในเรื่องการยิงประตู ความน่าสยดสยองของสเปอร์สก็เพิ่มทวีคูณ เพราะเหตุว่าสามารถบีบคั้นคู่แข่งขันรอบๆหน้ากรอบจุดโทษได้สม่ำเสมอแล้วก็มีอานุภาพรุนแรงที่สุด จำเป็นต้องชมโปเช็ตว่ากล่าวโน่ที่กล้าปรับเปลี่ยนแท็กติกยืดหยุ่นตามเหตุการณ์ที่เจอ

แม้กระนั้นเหนือสิ่งอื่นใด อัลลี่คือคนที่ควรจะยกย่องสรรเสริญ เพราะเหตุว่าเขาไม่เคยหยุดที่จะปรับปรุงตัวเอง เรียนรู้อยู่เป็นประจำ เติมจุดเด่น ลบจุดอ่อน
การผนึกกำลังของอัลลี่กับ คริสเตียน เอริคเซ่น ในหน้าที่เพลย์เมกเกอร์สุดกำลัง ถึงแม้ว่าจะสเปอร์สไม่ใช่กลุ่มที่ครองบอลหรือผ่านบอลแม่นสูงสุด แม้กระนั้นพวกเขาครองจ่าฝูงสำหรับสถิติการหาโอกาสเข้ามากสุดคงไม่ต้องบอกมูลเหตุครับผมว่าเพราะอะไร ?
โปเช็ตว่ากล่าวโน่เป็นกุนซือที่เก่ง ทราบวิธีการใช้งานลูกน้องเกือบทุกคนอย่างมีคุณภาพ เขาสร้างให้สเปอร์สมีทีเด็ดหรือทีเด็ดในการเข้าทำ
จากการวางตัวอัลลี่ที่จำเป็นต้องเล่นราวกับกองหน้าคนลำดับที่สอง เน้นย้ำการเติมเข้าไปในกรอบจุดโทษ สบหาช่องว่างในการผ่านบอลหรือยิงประตูนี่แหละ
หน้าที่ของอัลลี่สำหรับแดนกึ่งกลางซึ่งนับว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ความมีชัย นับว่ามีความสำคัญไม่แพ้ตัวโฮลดิ้งบอลหรือคุมจังหวะเกม เพราะเหตุว่าถ้ากองหลังคู่แข่งขันไม่ทันระวังก็มีสิทธิ์เจอหายนะได้ทุกคราว ความรับผิดชอบของอัลลี่ดูเหมือนจะง่าย แม้กระนั้นเอาเข้าจริงไม่ง่ายเลยควรมีความพอดีจากการเชื่อมเกมตำแหน่งต่อตำแหน่ง วิ่งมั่วเมื่อไรก็จบเห่ ถ้าจะลังเลใจจะยิงประตูอย่างเดียวก็ไม่ได้อีกถ้าสถิติเชิงลึกส่วนตัวนักเตะคนนี้ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ (ก่อนอายุ 21 ปี) จะพบว่า ผลงานของเขาดีขึ้นเรื่อยๆก้าวไปด้านหน้าอย่างหนักแน่นอัลลี่ (63) ลงเล่นจำนวนนัดหมายน้อยกว่าแลมพาร์ด (84) แม้กระนั้นมีเร็กคอร์ดยิงประตู แอสซิสต์ แล้วก็มีส่วนร่วมในการได้ประตูมากกว่า 26, 14, 40 ต่อ 10, 5, 15 ตามลำดับหรือกับเจอร์ราร์ดในวัยเดียวกัน (74 นัดหมาย) ยังยิงประตูได้แค่ 8 ทำทาง 5 มีส่วนร่วมได้ประตูแค่ 13 พูดได้ว่าทุกจังหวะทุกส่วนร่วม อัลลี่ได้น้ำได้เนื้อมากกว่าดาวเตะรุ่นพี่ในตำแหน่งกองกลางด้วยกันเครื่องหมายการค้าของอัลลี่ทำเป็นดีสม่ำเสมออยู่แล้ว จากจังหวะทำประตู อาศัยช่องว่างในตอนที่กองหลังเหม่อลอยไม่มีสมาธิพอเพียง ก่อนรีบวิ่งไปสู่จุดโทษ แล้วก็ยิงประตูกล้วยๆไม่ซับซ้อนหรือเล่นท่ายาก
รอบๆเส้น 18 หลา อัลลี่นับว่าเป็นนักเตะที่เคลื่อนเจริญเนียนตาขึ้น อาจจะมองขัดหูขัดตาในตอนแรก การสอดเข้าไปทำประตูในกรอบจุดโทษ การเป็นตัวฟรีมีอิสระเกมรุกที่เหมาะสมที่สุด กลายเป็นนักเตะที่สร้างแคแรกเตอร์ตัวเองกระจ่างแจ้ง
ตราบจนกระทั่งประตูสุดสวยที่ยิงใส่วัตฟอร์ดเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ยืนยันนักเตะคนนี้กับมิติหลายกว่าทำสกอร์ในแบบอย่างเดิมๆที่เราชินตากันใช่ขอรับ อดีตกาลดาวเตะเอ็มเค ดอนส์ มีอนาคตไกลแน่ๆไม่ต้องมีความไม่วางใจสงสัยใดๆแม้กระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อนให้กล่าวถึง
อัลลี่มีเส้นกราฟที่ดีวันดีคืนภายใต้การดูแลปกครองของอาจารย์โปเช็ตว่ากล่าวโน่ เสียงวิภาควิจารณ์เรื่องการควบคุมอารมณ์แล้วก็การปฏิบัติห่ามๆบางอย่างถูกกลบลงกระทั่งไม่กระเด็นเข้าหูอีกเลย
ในวันที่อัลลี่โดนคำด่าว่าจากรอบด้านทำร้าย โปเช็ตว่ากล่าวโน่ยืนอยู่ใกล้เคียงเสมอ คอยเดินกอดคอให้กำลังใจ ถึงแม้ว่าจะเขาจะโดนผู้อื่นว่ากล่าว โอ๋ลูกทีมมากเกินเช่นไร แม้กระนั้นผลงานวันนี้มันพิสูจน์ให้มองเห็นแล้วว่าเขาทำในสิ่งที่ถูก
อัลลี่เป็นนักเตะที่เชื่อมั่นในตัวเองสูง ตั้งใจจริงเพื่อความมีชัย ชิงชังความแพ้พ่าย แม้กระนั้นก็ควรต้องได้รับการเลี้ยงดูปูเสื่อในวิถีที่ถูกแล้วก็เหมาะสม ซึ่งโปเช็ตว่ากล่าวโน่ก็ทำมันสำเร็จอย่างน่าชื่นชมหลงเหลืออยู่การผ่านบอลสร้างโอกาสที่ถูกต้องแม่นยำแค่เรื่องเดียวที่คงจำเป็นต้องปรับปรุงอีกน้อย
อีกนั่นแหละ ตั้งแต่แมื่อกุมภาพันธ์ 2015 จนถึงวันนี้ ผ่านมาเพิ่งจะครบ 2 ปีเศษๆพัฒนาการมีให้เห็นชัดเจน เขาไม่ใช่เด็กอมมืออีกต่อไป เพิ่มระดับมาตรฐานตัวเองเจริญทีละนิดทีละเล็กละน้อย รอคอยจนกว่าจะเป็นนักเตะกองกลางของอังกฤษที่เพอรต์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาบนหน้าประวัติศาสตร์

สมาคมฟุตบอล เดินหน้าทำงานร่วมกับ เอ็คโคโน

||}

ต่อเนื่องล่าสุดประชุมเตรียมเฟ้นหาผู้ช่วยผู้ฝึกสอนชาวไทยในชุดเยาวชนเพื่อเป็นในทิศทางเดียวกัน ส.บอล เดินหน้าปฏิบัติงานร่วมกับ เอ็คโคโน ตลอดปัจจุบันสัมมนาตระเตรียมเฟ้นหาผู้ช่วยผู้ฝึกคนประเทศไทยในชุดเยาวชนเพื่อเป็นในแนวทางเดียวกัน วันที่ 7 เดือนเมษายน 2560 เวลา 13.30 น.ในห้องประชุม War Elephant สำนักงานสโมสรกีฬาแห่งเมืองไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการประชุมปรึกษาขอคำแนะนำและก็วางแผนปฏิบัติงานระหว่างสโมสรกีฬาฟุตบอลแห่งเมืองไทยฯ และก็บริษัท เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส เพื่อให้การทำงานระหว่างสโมสรฯ และก็ บริษัท เอคโคโน สอดคล้องและก็ไปในทิศทางเดียวกัน การประชุมคราวนี้ประกอบไปด้วย พลตำรวจเอก สมขั้น พุ่มไม้จำพวกม่วง นายกสโมสรฯ, คุณวิทยา เลาหกุล ประธานข้างพัฒนาวิธี,คุณธนะศักดิ์ สุระประเสริฐ อุปนายกข้างสื่อสารองค์กร, คุณพาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการข้างเมืองนอกฯ และก็พิธีกรสโมสรฯ, นาย เบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการข้างคลับไลเซนสิง และก็ตัวแทนจากข้างวิธีสโมสรกีฬาแห่งเมืองไทยฯ ร่วมสัมมนากับ นาย ไม่เกล เฟอรโร บาปการจัดการ บริษัท เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิซ, นายฆูเลียน มาริน บาซาโล หัวหน้าผู้ฝึกกลุ่มชาติไทย รุ่นไม่เกิน 21 ปี และก็ นายซัลบาดอร์ บาเลโร การย หัวหน้าผู้ฝึกกลุ่มชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี หลังจากการประชุม คุณวิทยา เลาหกุล ประธานข้างพัฒนาวิธีสโมสรกีฬาฟุตบอลแห่งเมืองไทยฯ กล่าวว่า “ขั้นแรกพวกเราจะต้องวางโปรแกรมให้กับทาง เอคโคโน แล้วจะเป็นเรื่องของการคัดสรรผู้ช่วยผู้ฝึก ซึ่งพวกเราจะใช้ผู้ช่วยผู้ฝึกที่เป็นคนประเทศไทย ในขณะนี้มีผู้ฝึกมาสมัครเยอะมาก ซึ่งพวกเราจะให้ทาง เอคโคโน สัมภาษณ์ผู้สมัครเองทั้งสิ้น ผมรู้สึกว่าผู้ฝึกที่เข้ามาปฏิบัติงานกับพวกเราจะได้ประโยชน์และก็เกิดผลดีต่อฟุตบอลไทยด้วย โค้ชแต่ละคนที่เข้ามาปฏิบัติงานที่ตรงนี้จะต้องสามารถปฏิบัติงานเต็มเวลา และก็มีความรู้และความเข้าใจทางภาษา สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้” “ต่อไปในช่วงต้นปี 2561 พวกเราจะเริ่มเลือกสรรผู้เล่นเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 12-17 ปี เข้าไปอติดอยู่เดมีของสโมสรฟุตบอลฯ เมื่อได้นักฟุตบอลพวกเราจะมีการฝึกซ้อมแบบตั้งใจจริง ทั้งนี้พวกเราจะต้องปฏิบัติงานร่วมกับเอคโคโน และก็สมาพันธ์ เพื่อจะได้ทำงานร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ เป็นการพัฒนาฟุตบอลร่วมกัน พวกเราบางทีอาจให้นักฟุตบอลจากสมาพันธ์มาฝึกกับพวกเราอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ก่อนที่จะให้กลับไปสมาพันธ์ ที่ตรงนี้ถือว่าเป็นงานที่ท้าทายมากสำหรับผม เพราะพวกเราจะเริ่มสร้างนักฟุตบอลใหม่และก็ใช้นักฟุตบอลที่มีอยู่ในสมาพันธ์มาทำงานร่วมกัน ผมเองจำเป็นต้องพาทีมงานจากเอคโคโน ไปทำความรู้จักกับทุกสมาพันธ์ด้วย

มิสเตอร์เวนเกอร์กุนซือ จอมอันดับ 4

เริ่มต้นด้วยคำถามที่ว่า แฟนบอลอาร์เซน่อลมีสิทธิ์ประท้วงให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชมรมไหม มองเห็นและก็สัมผัสได้ถึงกระแสประท้วงที่เกิดขึ้นใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วนี่ไม่ใช่หนแรกการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่คงจะหมายความได้อย่างเดียวคือ ผู้จัดการกลุ่มถ้าเกิดเอ่ยถึงเรื่องสิทธิ อันนั้น่ะมีแน่ แม้กระนั้นถ้าเกิดพ่วงเรื่องของความเหมาะสมเข้ามารวมด้วยมันถึงน่าพิจารณา
พูดขวานผ่าซากก่อนเกมที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะนำกลุ่มไปเยือน สแตมฟอร์ด บริดจ์ โอกาสที่ใครจะเป็นผู้ชนะ คนโดยส่วนใหญ่ไม่เว้นแม้แต่แฟนปืนเองคงจะสารภาพว่าคำตอบคือ เชลซีแรกเริ่ม อาร์เซน่อล เองก็มีสถิติการเจอกับเชลซีที่ไม่ค่อยงามอยู่แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในพักหลัง นี่ยังเป็นการพบกันในช่วงที่สถานการณ์ทุกๆอย่างเป็นใจให้เจ้าถิ่นหมด นอกจากว่านี่เป็นการเตะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์สภาพกลุ่มครบกว่า ระหว่างที่อาร์เซน่อล กองกลางขาดยวบยาบ สภาพจิตใจ เชลซี กำลังฮึกเฮิมและก็มั่นอกมั่นใจสุดขีด ส่วนอาร์เซน่อล พึ่งจะแพ้วัตฟอร์ดคาบ้าน เกิดกลุ่มคำ Typical Arsenal หรือ Same old Arsenal
หากไม่ถือว่านี่เป็นลอนดอน ดาร์บี้ ที่อาจมีปัจจัยที่มองไม่เห็น จำพวกศักดิ์ศรีที่ค้ำคออยู่ อาจทำให้กลุ่มด้อยกว่างัดพลังซ่อนเร้นออกมาใช้ถ้าเกิดเป็นอย่างที่ว่าคงจะสนุกสนานกว่าคำตอบที่ออกมา แม้กระนั้นจนแล้วจนรอด อาร์เซน่อล ก็ไม่มีพลังซ่อนเร้นอะไรก็แล้วแต่จะบอกให้เห็นนี่มันสะท้อนเรื่องจริงน่ากังวลที่ว่า อาร์เซน่อล ไม่เคยชนะกลุ่มท็อป 6 ด้วยกันเลยเมื่อจำเป็นต้องออกไปเป็นกลุ่มเยือน 22 นัดหมายเข้าไปแล้ว สถิตินี้รวมเอาแพ้ 15 และก็เสมอ 7 เข้าไว้ด้วยกันเรื่องของสภาพกลุ่มก็เรื่องหนึ่ง การเหลือมิดฟิลด์ตัวกลางแท้ๆเพียงคนเดียวคือ ฟร็องซิส ก็อกโกแล็ง ทำให้ เวนเกอร์ จำเป็นต้องคิดในการจัดกลุ่ม แม้กระนั้นที่ไม่สมควรมองข้ามคือเรื่องของสภาพจิตใจ ภาษาบ้านๆคงจะจำเป็นต้องกล่าวว่า "โดนแล้วยุบ" เป็นมวยคือโดนหมัดแล้วออกอาการ
เกมที่เต็มไปด้วยความหมาย ทั้งเรื่องของคะแนน และก็ศักดิ์ศรีแบบนี้ จิตใจจำเป็นต้องนิ่ง จำเป็นต้องแกร่ง ไม่อย่างนั้นจะก่อความผิดพลลาดขึ้นแน่ซึ่งก็แน่ล่ะว่าถ้าเกิดพลาดในเกมระดับนี้ โอกาสโดนลงโทษมีสูงมาก ให้บังเอิญกว่านั้น เชลซี ของ คอนเต้ คือผู้เชี่ยวชาญด้านนี้แนวรับที่ขาดความนิ่ง และก็เด็ดขาด โดนฝังกลบจากความบกพร่องแบบไม่น่าเชื่อของ ปีเตอร์ เช็ก ที่เปิดบอลมาเข้าทาง เชส ฟาเบรกาส แบบซุกซนๆส่งผลให้เกิดประตูที่ 3 ของเชลซี มิหนำซ้ำ นักฟุตบอลตัวเก่ง หน้าแข้งความมุ่งมาดของ อาร์เซน่อล ยังคงตีนบอด ปืนฝืดเหมือนเคยเมื่อเป็นเกมใหญ่ ทั้ง อเล็กซิส ซานเชซ และก็ เมซุต โอซิลตรงกันข้ามกับของเชลซี ไม่ว่าจะเป็น ดีเอโก้ คอสต้า, เปโดร และก็ เอแด็น อาซาร์ สามารถสร้างความแตกต่างให้กลุ่มได้โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาซาร์ ที่มักเล่นดีเสมอเมื่อเป็นเกมใหญ่ นัดหมายนี้จังหวะโซโล่ประตู 2-0 ช็อตเดียวก็พอเพียงแล้วที่ทำให้คว้า แมน ออฟ เดอะ แม็ทช์ ไปครอบครองสภาพจิตใจสู้ไม่ได้ แล้วยังมาพบแท็กติกของ คอนเต้ โจมตีอีก
การให้สัมภาษณ์ข้างหลังเกมของ เวนเกอร์ ยังเริ่มต้นด้วยคำที่ว่า พวกเราออกสตาร์ทก้าวหน้า ครอบครองบอลได้ แม้กระนั้นฉกฉวยโอกาสมิได้ หลังจากนั้นก็โดนลงโทษ โดยเชลซี กลุ่มที่ตั้งรับได้ดี และก็สวนกลับอันตราย พวกเขาเก่งเรื่องนั้นอยู่แล้วในเมื่อ เวนเกอร์ ทราบว่าเชลซีเก่งเรืองการเคาน์เตอร์แอ็ทแท็ก ทำไมไม่วางแผนมาแก้ลำ ? เขามีแผนการอื่นไหม เว้นเสียแต่ 4-2-3-1 ที่แค่แก้ปัญหาด้วยการใส่ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน ไปเล่นในตำแหน่งที่ไม่ถนัดอย่างมิดฟิลด์ตัวกลาง เนื่องจากขาดคน
เวนเกอร์ เคยมีวิธีการเล่นแบบอื่นหรือไม่ ในการพบคู่ปรับที่แตกต่าง อาร์เซน่อล ยังคงแอพโพรชเกมด้วยแนวทางที่เช่นเดียวกันทุกนัดหมายใช่ ถ้าเกิดนักฟุตบอลอยู่กันครบ มันก็คงจะเป็นอีกประเด็น แม้กระนั้นในเมื่อกำลังหลักหายไป ทำไมไม่มีแผนการการสำรองไม่ได้อยากเปรียบเทียบให้เจ็บใจเล่น แม้กระนั้น อันโตนิโอ คอนเต้, โชเซ่ มูรินโญ่ และก็ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ยังเรียนรู้จากความบกพร่อง กล้าลองเปลี่ยนแปลงแนวทางมาแล้วทั้งนั้นในช่วงฤดูนี้ กองกลางที่คาดว่าจะเป็นข้อเสีย เนื่องจากเหลือ ก็อกโกแล็ง คนเดียวก็เป็นข้อเสียจริงๆมาติช กับ ก็องเต้ เอาชนะในพื้นที่ยุทธศาสตร์ได้หมด
ยิ่งกับ ก็องเต้ ที่นับวันจะยิ่งโชว์ฟอร์มเด่น เขาคือหัวใจสำคัญของเลสเตอร์ปีที่แล้ว และก็ปีนี้ก็กำลังจะช่วย เชลซี ให้ไปถึงเป้าหมายเหมือนกัน

เวนเกอร์ พึ่งจะออกมากล่าวว่า ใช่ เขาเคยอุตสาหะซื้อ ก็องเต้ ถึง 2 ครั้ง ตั้งแต่ยังเล่นในประเทศฝรั่งเศส และก็ซัมเมอร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา สดๆร้อนๆคำถามที่ตามมาคือ ทำไมไม่ได้ตัว ? ถ้าเกิดตามซื้อตั้งแต่ตอนอยู่ในประเทศฝรั่งเศสจริง ทำไมปล่อยให้ เลสเตอร์ ได้ตัวไปด้วยราคาไม่แพง นอกเหนือจากนั้นเขายังบอกอีกว่า เมื่อคุณมองเห็นที่หมายของเขา ตอนย้ายออกจาก เลสเตอร์ คุณก็รู้เลยว่าทำไมซึ่งก็คือ เชลซี น่ะเป็นกลุ่มที่มอบเงินมากกว่าหรือ ? ผู้สื่อข่าวอุตสาหะถามเจาะเขากล่าวว่า คุณอธิบายทุกๆอย่างในเรื่องตลาดนักฟุตบอลมิได้ทั้งปวงหรอกก็น่าพิจารณาว่าเนื่องจากเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่ายหรือไม่ ถ้าเกิดเกิดเรื่องเงินจริงๆ
ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็องเต้ ได้ค่าแรงที่ 110,000 ปอนด์ต่ออาทิตย์ นี่เป็นเพดานค่าตอบแทนรายเดือนที่ อาร์เซน่อล ไม่ยอมจ่ายแน่ เนื่องจากดาวดังอย่าง โอซิล กับ อเล็กซิส ยังรับที่ 140,000 ปอนด์เท่านั้น
กลับแปลงเป็นว่า เวนเกอร์ เลิอกซื้อ กรานิต ชาค่า เข้ามาแทน โดยรับน้อยกว่าก็องเต้ 2 หมื่นปอนด์ต่ออาทิตย์ แม้กระนั้นผลงานระหว่างสองคนคงจะไม่ต้องเทียบให้มากเรื่องมากความ
อ๋อ ปัจจุบันนี้อีกอย่างที่ไม่ต้องมากเรื่องมากความคือโอกาสลุ้นแชมป์ของ อาร์เซน่อล เมื่อห่าง 12 แต้มแบบนี้ เว้นเสียแต่ตัวเองจะโบกมืออำลาไปอีกปีแล้ว ก็แทบจะเป็นการยกแชมป์ให้กลุ่มของ คอนเต้ ไปพร้อมๆ กันเลย โชคร้าย เมื่อย้อนกลับไปมองว่าตอนต้นฤดู สถานการณ์มันตรงกันข้ามเลยเชลซี น่าจะเป็นบิ๊กกลุ่มกลุ่มแรกที่แทบจะโดนกาชื่อออกข้างหลังบุกไปโดนยำที่ เอมิเรตส์ 3-0 แบบหมดลายสิงห์
คอนเต้ กล่าวว่าเขาจำคำพูดของตนก้าวหน้า เขากล่าวว่าปัจจุบันนี้กลุ่มเล่นไม่เป็นกลุ่ม ไม่ใช่กลุ่มที่จะกล่าวว่ามีลุ้นอะไรได้เลย ก่อนที่ประกาศว่านักฟุตบอลของเขาจำเป็นต้องทำให้เห็นว่าสามารถเล่นร่วมกันเป็นกลุ่มอดทนได้ ซึ่งปัจจุบันนี้เขากล่าวว่ามันเป็นแบบนั้นแล้ว เชลซีของเขาเป็นอีกครั้งมไปแล้ว ส่วน อาร์เซน่อล ที่กำลังรุนแรงกลับมาเสีย ซานติ กาซอร์ล่า หัวใจสำคัญแดนกึ่งกลาง บางช่วงไร้เงา เอคตอร์ เบเยริน
กรานิต ชาค่า ก็ขยันทำให้ตัวเองติดโทษแบน , แอรอน แรมซี่ย์ เว้นเสียแต่ฟอร์มฝืดและก็ยังเจ็บ ส่วน เอลเนนี่ย์ จะมาติดกลุ่มชาติอะไรขนาดนั้น
เจ็บใจที่สุดคือ เมื่อมองจากขุมกำลังมิดฟิลด์ตัวกลางแล้วมันเหลือเฟือ ปล่อย แจ็ค วิลเชียร์ ไปโลดแล่นอยู่กับ บอร์นมัธ อีกไม่ว่าจะเป็นคำกล่าวอ้างใด ทั้งการที่เขาโดนแบนห้ามนั่งคุมกลุ่มข้างสนาม ซึ่งเขาสารภาพว่าหงุดหงิดที่สั่งการมิได้ดุจจิตใจจากบนโน้นทั้งประตูแรกที่เขารับรองว่า เอคตอร์ เบเยริน โดนทำฟาวล์แน่ๆ ทั้งการที่เชลซี เล่น รับแล้วโต้ หรือจะเป็นการแสดงความเสียดายกับการชวดตัว ก็องเต้ (เป็นครั้งที่ล้านกว่าได้ นักฟุตบอลหน้าใหม่ที่โล่งเกิดในพรีเมียร์ เวนเกอร์ จำเป็นต้องให้สัมภาษณ์ว่าเคยจะคิดซิ้อทุกคน) ทุกๆอย่างรวมกันเข้าก็ไม่สามารถที่จะปกปิดเรื่องจริงที่ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จัดการสิ่งต่างๆผิดพลาดไปหมดได้สื่อบางเจ้าพินิจพิจารณาว่าด้วยผลงานของ อาร์เซน่อล นัดหมายนี้ ทำให้อนาคตของ เวนเกอร์ อยู่บนการเสี่ยงอีกที เสี่ยงที่จะมิได้คำสัญญาใหม่ในซัมเมอร์นี้ดูเหมือนกับว่า เวนเกอร์ จะถูกมองเป็นแค่นักเคล็ดวิธีที่ดี มากยิ่งกว่าจะเป็นผู้จัดการกลุ่มที่ดีไปแล้วอย่าลืมว่าคุณกำลังรับผิดชอบชมรมบอลอาร์เซน่อล
อาร์เซน่อล โดนล้อว่าเป็นแค่ "มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับ 4" มาตลอดนับเป็นเวลาหลายปีนี้ ทั้งๆที่ระดับของอาร์เซน่อลคือกลุ่มจำเป็นต้องลุ้นแชมป์ทุกรายการที่ลงแข่งขันทุกคนยังจดนึกออกถึงคุณความดีที่ เวนเกอร์ ทำให้ชมรมมาตลอด การบรรลุเป้าหมายที่เคยทำให้แฟนอาร์เซน่อลยืดอกได้อย่างภูมิใจ ก้าวขึ้นมากระทบไหล่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุครุ่งโรจน์ และก็ในยุโรปก็มีแม้กระนั้นคนเกรงอกเกรงใจ ไม่มีใครต้องการหือกับอาร์เซน่อลความจำเหล่านั้นไม่มีวันเลือนรางไปจากจิตใจแฟนปืน แม้กระนั้นโลกหมุนไป อาร์เซน่อล ของเวนเกอร์ยังย่ำอยู่กับที่ ระหว่างที่กลุ่มอื่นก้าวไปข้างหน้าทำไมอาร์เซน่อลยังเล่นดังเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลงวิธีการ เวนเกอร์ ยังทำทีมด้วยแนวทางเดิมๆรักษานักฟุตบอลหลักเอาไว้มิได้ ในที่สุดก็ไม่สามารถที่จะมีกลุ่มที่อดทนได้อย่างจริงๆจังเสียที

ดังนั้น ใช่ จากคำถามในตอนแรกที่ถามคำถามว่า แฟนบอลอาร์เซน่อลมีสิทธิ์ไหมในการประท้วงให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คำตอบคือ ใช่ พวกเขามีสิทธิ์
มันน่าตลก ที่เกมนี้เป็นความมีชัยสวยของเชลซี มันทำให้กลุ่มของ คอนเต้ เข้าใกล้การเป็นแชมป์ขึ้นอีกก้าว แม้กระนั้นเนื้อหาหนังสือพิมพ์หัวต่างๆกลับให้น้ำหนักกับ อาร์เซน่อล ของ เวนเกอร์ มากยิ่งกว่า
แม้จะเกิดเรื่องที่พวกเราจะประสบพบเห็นกับผลสรุปเดิมๆได้อยู่ดูเหมือนจะทุกปี แม้กระนั้นทุกคนก็ยังติดภาพที่ว่า อาร์เซน่อล คือกลุ่มลุ้นแชมป์ สื่อมีความสนใจ

ในการปราชัยของบาสตี้

สุดท้าย บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ก็ยอมแพ้แล้วครับ

"ยอมแพ้" ในความหมายของผม คือไม่สู้ต่อ – สู้เพื่อจะเอาชนะหัวใจของ โชเซ่ มูรินโญ่ ให้จงได้ ภายหลังเพียรมานานประมาณ 8 เดือน ท้ายที่สุดเขาก็ยอมยอมแพ้แล้วถอดเครื่องแบบปีศาจร้ายแดงทิ้งเอาไว้ เพื่อไปค้าหน้าแข้งในสนามรบหน้าแข้งของดาวเตะที่ใกล้ปลดระวางอย่าง เมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ ในเมืองคุณลุงแซมดีกว่า

นับจากย้ายออกมาจากถ้ำเสือ เมื่อ 2015 บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ลงเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ทั้งปวงเพียงแค่ 35 นัด (ทุกรายการ) โดยได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 22 นัด ทำได้ 2 ประตู
ถ้าเกิดนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก พี่แกลงเล่นไปทั้งปวง 18 นัด โดยออกสตาร์ทเป็นตัวจริง 13 นัด ซึ่งทั้งปวงเกิดขึ้นในช่วงที่ แมนฯ ยูไนเต็ด มีผู้จัดการทีมชื่อ หลุยส์ ฟาน กัล นายเก่าของเขายุคอยู่ด้วยกันที่ถ้ำเสือ

สำหรับฤดูกาลนี้ ดาวเตะที่เพื่อนพ้องๆเรียกว่า "บาสตี้" ไม่เคยลงเล่นในพรีเมียร์ลีกเลยสักหนึ่งครั้งเดียว แถมได้ลงตัวจริงเพียงแค่ 1 นัด ในเอฟเอ คัพ ยิ่งกว่านั้นได้ลงเป็นผู้เล่นสำรองในบอลถ้วยอย่าง เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ รวมทั้งยูโรปา ลีก อีกอย่างละ 1 ครั้งเท่านั้น

เรียนตามตรงว่า "พ่อก็ไม่เข้าใจตุ้ม" เช่นเดียวกันว่าเพราะอะไรรวมทั้งเพราะอะไร กุนซือจอมทะนงตัววัย 54 กะรัตถึงไม่ยอมใช้บริการของ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

เฉพาะอย่างยิ่งในเดี๋ยวนี้ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะต้องพบกับศึกหนักรอบด้าน ไม่หนำยังมีผู้เล่นสำคัญที่ทั้งเจ็บรวมทั้งติดโทษแบน โดยในเมษายนเพียงแค่เดือนเดียว พวกเขาจะต้องลงเล่นอย่างซอยยิกๆๆๆๆถึง 9 นัด

ย้ำอีกรอบว่าในเดือนหน้า พลพรรคปีศาจร้ายแดงจำเป็นต้องลงไปในสนามถึง 9 นัด ด้านในเวลาเพียง 30 วัน หมายความว่าจะต้องลงไปในสนามเฉลี่ย 3 วัน ต่อ 1 นัด เรียกว่าเตะกันให้ตายหงส์ตายห่านกันไปข้างเลยทีเดียว

แทนที่จะเปิดโอกาสสมัยก่อนดาวเตะของ บาเยิร์น มิวนิค ผู้นี้ได้ลงไปช่วยทีมบนฟลอร์ต้นหญ้า พ่อใหญ่ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คนปัจจุบันนี้กลับยอมปล่อยเขาออกมาจากทีมแบบไม่เกรงกลัวซะแบบนั้น!

ถามคำถามว่าเพราะอะไร โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงทำเป็นหมางเมินใส่ดาวเตะผู้นี้?

แน่นอนครับว่าทั้งฟอร์มการเล่นรวมทั้งสภาพร่างกายของ บาสเตียน ชไวนสไตเกอร์ รวมทั้งที่นาต่อนี้ไปย่อมไม่เสมือนขณะที่เป็นจอมทัพกับทีมเสือใต้

เพราะถ้าเกิดยังเหมือนเดิม รับประกันได้ว่า บาเยิร์น มิวนิค ไม่มีทางปล่อยออกมาจากทีมหรอก เพราะทีมนี้เป็นทีมที่ขี้หวงสมบัติครับ ถ้าเกิดไม่หมดสภาพหรือหมดคุณประโยชน์จริงๆขอความกรุณาอย่าหวังว่าจะบุกไปฉุดกระชากนักเตะออกมาจากพวกเขา มองแบบอย่าง โอเว่น ฮากรีฟส์ นั่นยังไง ปล่อยออกมาได้ราคาดีซะด้วย แต่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เอามาใช้งานได้เพียงแค่ฤดูกาลเดียวก็หมดอายุโดยทันที จะต้องส่งเข้าโรงซ่อมแล้วไม่ยอมออกมาอีกเลย

ซะมีของ อที่นา อิวาโนวิช สุดยอดนักเทนนิสที่งาม มากพูนด้วยเสน่ห์ น่ารัก รวมทั้งแสนดีบางทีอาจไม่ใช่สุดยอดดาวเตะคนเดิม แถมพ้นจุดน้ำกระฉูดแตกของตนเองไปแล้วหลังจากนั้นก็จริง กระนั้นก็ยังเพียงพอมีเหลี่ยมบอล รวมถึงความเจนจบที่ช่วยให้เอาชีวิตรอดได้สบายๆแม้จะอยู่ในสนามรบหน้าแข้งที่ระห่ำโคตรชั่วร้ายไม่เมตตาผู้ใดกันแน่อย่างพรีเมียร์ลีกก็ตาม

อายุอานามก็ยังไม่นับว่ามากไม่น้อยเลยทีเดียวอะไร พึ่งจะ 32 ขวบเท่านั้นเอง อ่อนปีกว่าผู้เล่นในตำแหน่งเดียวกันอย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ที่ได้ลงเล่นเสมอๆตั้ง 4 ปี

ถ้าเกิด ไมเคิ่ล คาร์ริค ยังเล่นได้สบายๆบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ก็เล่นได้ครับ แถมบางทีอาจเล่นก้าวหน้ากเกี่ยวกับซ้ำ มันเป็นสมการง่ายๆที่สามารถแลเห็นได้ด้วยตาเปล่า

นั่นแปลว่ามันควรมีปมอะไรบางอย่าง หรือไม่ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็อาจควรมีอคติกับผู้ร่วมทีมคนนี้อย่างหนัก เพียงแต่ไม่เคยเผยออกมาในที่ชุมชนกระทั่งชาวบ้านก็ได้แต่ว่าคาดการณ์กันไปต่างๆนานา ซึ่งท่านผู้ชมทางบ้านอย่างไอ้กระผมก็เกียจคร้านที่จะทายใจครับว่ามันเพราะอะไรกันแน่

ที่แน่นอนคือความประพฤติปฏิบัติของ โชเซ่ มูรินโญ่ มันแจ้งชัดว่าเขาไม่ไว้ใจในตัว บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ซึ่งตรงกันข้ามกับสายตาของคนส่วนใหญ่

ดูจากการส่งดาวเตะผู้นี้ลงไปในสนาม – ทั้งปวงจะเป็นเกมที่เจอกับคู่แข่งขันในวรรณะต่ำยิ่งกว่าจากลีกที่ต่ำยิ่งกว่า โดยไม่มีเกมสำคัญที่มากด้วยความหมายเลยสักนัดเดียว

เท่านั้นยังไม่พอ

คือกว่าจะได้ลงเป็นผู้เล่นสำรองแต่ละครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด ชอบนำห่างคู่แข่งขันแบบขาดลอยไปแล้วด้วย ซึ่งจะว่าไปมันก็ย้อนแย้งกันพอสมควร

เพราะในขณะเดียวกับที่ "เฮียบาส" ถูกหมางเมิน "มูมู่" กลับให้สิทธิพิเศษผู้เล่นวัย 35 ขวบ อย่าง ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทั้งที่ยังไม่ตายตัวจริงโดยอัตโมมัต แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก

คิดแล้วหลังจากนั้นก็น่าน้อยอกน้อยใจแทนเจ้าตัวเช่นเดียวกันครับ ขนาดถูกผู้เป็นเจ้านายมองข้ามความรู้ความเข้าใจพลางส่งลงไปฝึกซ้อมกับทีมชุดเล็กเสมือนแกล้ง แต่ว่าพี่เอ็งยังขยันหมั่นเพียรฝึกฝนอย่างจงหนัก โดยไม่เคยออกมาพร่ำบ่นหรือแสดงอาการน้อยอกน้อยใจ

ขนาดไม่มีชื่ออยู่ในทีมก็ยังอุตส่าห์เดินทางมาเชียร์เพื่อนพ้องร่วมทีมที่สนามทุกนัด ซึ่งมันผิดวิสัยของผู้เล่นระดับซูเปอร์สตาร์อีโก้สูงทั้งหลายที่คิดว่าตัวเองดีแบบเต็มประดา ลองพบแบบงี้เข้าไป รับประกันได้เลยว่าแสดงอาการกระด้างกระเดื่องพลางขอขึ้นบัญชีย้ายทีมรวมทั้งกระโจนถีบก้นตัวเองออกไปนานแล้ว

แต่ว่าท้ายที่สุดเมื่อทำทุกอย่างแล้วมันไม่มีอะไรดีขึ้น เปรียบเทียบเสมือนพบหินก้อนใหญ่มหึมา ต่อให้ผลักยังไงก็ไม่มีทางขยับเขยื้อน ถ้าเกิดฝ่าฝืนผลักต่อไปก็มีแต่ว่าจะเสียพลังงานรวมทั้งเสียเวล่ำเวลาไปเปล่าๆ"บาสตี้" ก็เลยเลือกที่จะเดินจากไปแบบเท่ๆเสมือนดารานำชายมิวสิควิดีโอสมัยเก่าครับ แถมเลือกไปในจังหวะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเดินหน้าพุ่งเข้าชนศึกหนักจากรอบทิศทางซะด้วย

ว่าแล้วขอพูดตรงๆครับ

ฟอร์มการเล่นในสนามรวมทั้งผลงานที่ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ทิ้งเอาไว้ในเครื่องแบบปีศาจร้ายแดงตลอดเวลาเกือบจะ 2 ฤดูกาลก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แม้ว่ากันจริงๆมันก็ไม่ถึงกับน่าจำอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว เพียงแค่เอาชีวิตรอดได้แบบไม่มีความผิดพลาดอย่างน่ารังเกียจ เท่าที่คิดออกคือมีส่วนช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เอาชนะ วัตฟอร์ด ในนาทีท้ายที่สุด รวมทั้งการทำแต้มแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง เลสเตอร์ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว – ประการหนึ่ง เพราะบางทีอาจได้ลงไปสับตีนบนลานจอดต้นหญ้าน้อยไปหน่อย อีกทั้งมิได้ลงเล่นโดยตลอด ไม่ซ้ำยังมักถูกอาการเจ็บลักพาตัวไปอีกต่างหาก

แต่ว่า "เฮียบาส" กลับเป็นที่พึงพอใจของบรรดา "เด็กผี" ทุกกลุ่มเหล่า เรียกว่าอยู่ในระดับขวัญใจวัยรุ่นเลยทีเดียว

นั่นคงจะเพราะลักษณะท่าทางที่สง่างาม + ภาพพจน์ที่เป็นสุภาพบุรุษ + ทัศนะคติที่ดีเลิศ + ความเป็นมืออาชีพ รวมทั้งที่สำคัญคือเป็นผู้เล่นในอุดมคติที่ผู้อุทิศวิญญาณให้ปีศาจร้ายแดงอยากได้มาร่วมทีมแบบสุดฤทธิ์ เพียงแต่กว่า บาเยิร์น มิวนิค จะยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวมาที่โรงแสดงละครที่ความฝัน พี่แกก็ล่วงจุดสูงสุดของตนเองไปเรียบร้อย

ในเมื่อพิสูจน์ตัวเองให้ผู้เป็นเจ้านายเห็นด้วยในความอุตสาหะมิได้ หมายความว่าเกมนี้เขาคือผู้แพ้แบบเป็นรูปธรรมครับ

เพียงแต่ในความเป็นผู้แพ้นั้น เขาสามารถเอาชนะหัวใจของแฟนบอลของปีศาจร้ายแดงได้อย่างขาดลอย เมื่อถึงวันที่จะต้องแยกทางกันก็เลยมีแต่ว่าความจำที่ดีๆเหมือนกันกับที่มีแต่คนนึกถึงพลางมอบคำชื่นชมยินดี…ขอให้โชคดี

CR7 สุดยอดครองนักเตะแห่งปีโปรตุเกส

||||}

CR7 ท๊อปฟอร์มซิวรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแดนฝอยทองอีกสมัย หลังนำบ้านเกิดประสบความสำเร็จซิวแชมป์ยูโร 2016 อย่างยิ่งใหญ่

CR7  ซูเปอร์สตาร์ของเรอัล มาดริด คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโปรตุเกสประจำปีนี้ หลังประสบความสำเร็จทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติในปีที่ผ่านมา

ดาวเตะวัย 32 กะรัต นำ เรอัล มาดริด เข้าป้ายซิวแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก สมัยที่ 11 ก่อนนำทัพฝอยทองสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ยูโร 2016W88อย่างยิ่งใหญ่

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมดังกล่าวส่งผลให้CR7 เบียดเอาชนะ เปเป้ เพื่อนร่วมสโมสร และ รุย ปาตริซิโอ ผู้รักษาประตู คว้าแข้งแห่งปีของโปรตุเกสไปครอง

"มันเป็นปีที่พิเศษสำหรับผม เพราะยูโรคือถ้วยเดียวที่ผมยังไม่เคยได้" CR7  กล่าว

"ผมอยากขอบคุณแฟนบอลชาวโปรตุเกสอีกครั้ง พวกเขามอบความมั่นใจให้กับพวกเราระหว่างทางไปสู่แชมป์"

ขณะที่ เรนาโต้ ซานเชซ มิดฟิลด์อนาคตไกลของบาเยิร์นฯ ซิวรางวัลดาวรุ่งแห่งปี ส่วนรางวัลผู้ฝึกสอนยอดเยี่ยมตกเป็นของ เฟร์นันโด ซานโตส

ลูคัส เผยเกือบลาลิเวอร์พูลยุคปู่รอย

ลูคัส เลว่านักเตะสารพัดตําแหน่งของ เดอะค็อป เปิดเผยว่าตัวเขาเกือบที่จะอําลาทีมไปสมัยรอย ฮ็อดจ์สันเข้ารับคุมทีมหงส์แดงในปี 2010

 

กองกลางวัย 30 ปีเป็นนักเตะคนโปรดของ ราฟา เบนิเตซโดย เบนิเตซ ได้ดึงเขามาจาก เกรมิโอ้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2007

 

ทั้งนี้ ลูคัส ได้ร่วมงานกับนายใหญ่เดอะค็อปมาแล้วถึง 5 คนไม่ว่าจะเป็น ราฟา เบนิเตซ,ฮ็อดจ์สัน, เคนนี่ ดัลกลิช, แบรนแดน ร็อดเจอร์สและเยอร์เก้น คล็อปป์

 

''ไม่มีอะไรแน่นอน เมื่อนายใหญ่ใหม่เข้ามา แต่มาสเคราโน่ได้ตัดสินใจย้ายออกไป ผมเลยต้องอยู่''

ลิเวอร์พูลต่อสัญญา ลัลลาน่า 3 ปีอ็อพชั่นขยาย 1 ปี

ลิเวอร์พูลประกาศยืนยันว่าทีมได้ทําการต่อสัญญาอดัม ลัลลาน่าแข้งจอมม้วนของทีมออกไปอีก 3 ปีพร้อมอ็อพชั่นขยายเพิ่มอีก 1 ปีโดยจะได้รับค่าแรงเพิ่มเป็น 110,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

 

กองกลางวัย 28 ปีย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลเมื่อเดือนมิถูนายนปี 2014 โดยลงสนามไปแล้วทั้งหมด 117 เกมทําไปได้ 20 ประตู

 

''ผมรู้สึกดีใจอย่างมากที่ได้อยู่ที่นี่ เรามีทีมที่ดีและกุนซือระดับโลก''

Copyright iredell.net 2017
Tech Nerd theme designed by FixedWidget